fbpx

ลามิเนต คืออะไร และใช้ทำอะไร

ลามิเนต คืออะไร และใช้ทำอะไร

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับสาระความรู้เรื่องบ้าน และที่อยู่อาศัย ที่ 168 to be design รวบรวมมาฝากกันเป็นประจำ และวันนี้ก็ไม่พลาดที่จะนำคอนเทนต์ดีๆ เกี่ยวกับเรื่องบ้านที่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ที่นำเอามาเล่า และบอกต่อให้ทุกคนได้ดูกัน โดยวันนี้จะมาคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับวัสดุสร้างบ้านชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ลามิเนต ซึ่งวัสดุชนิดนี้ ถ้าหากใครที่ไม่รู้จัก และมองเผินๆ นั้น อาจจะเข้าใจ และผิดคิดวัสดุประเภทนั้นทำมาจากไม้แท้ 100% อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้วไม่ใช่เสียทั้งหมด เพราะต่อให้ถึงแม้มันจะมีลวดลาย และความสวยงามที่คล้ายกับไม้แท้มากก็ตาม แล้วถ้าไม่ใช่ไม้แล้วทำไมดูเหมือนจัง วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ลามิเนต คืออะไร?

สำหรับ ลามิเนต ที่ถือว่าเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับการนำเอามาเป็นวัสดุหลัก ในการทำบ้าน และคอนโด ที่ต้องการสไตล์หรูหราขึ้นมาหน่อย โดยที่จะทำให้พื้นห้องส่วนต่างๆ ที่ปูด้วย ลามิเนต ที่จะให้อารมณ์อุ่นๆ สงบๆ แถมยังมอบความรู้สึกในการสัมผัสที่สบาย ไม่หยาบกระด้างเหมือนพื้นที่ปูด้วยหินอ่อน หรือกระเบื้อง และในเมื่อมันดีขนาดนี้ และเหมือนไม้เป็นอย่างมาก แล้วอย่างนั้น ลามิเนต มันคืออะไรกันแน่

พื้นลามิเนต ประกอบด้วย

สำหรับ ลามิเนต นั่นก็คือกระบวนการผลิต ที่จะเป็นการนำเอาแผ่นวัสดุต่างๆ ที่อาจจะเหมือนกัน หรือต่างกันก็ได้ มาซ้อนทับกัน แล้วนำเอาชิ้นส่วนเหล่านั้นมาอัดขึ้นรูปใหม่ ในส่วนของพื้นลามิเนตนั้นอาจประกอบด้วยไม้จริงผสมอยู่ด้วย ร่วมกับวัสดุทางวิทยาศาตร์อื่นๆ เช่น ฟิล์ม หรือ กระดาษพิมพ์ลาย เป็นต้น

ลามิเนต ประกอบด้วย 5 ส่วน ดังนี้

  • ชั้นแรก : สำหรับขั้นตอนแรกนั้นก็คือ จะเป็นการนำเอาส่วนประกอบด้วยสารเรซิน และสารเคลือบต่าง ๆ เพื่อเป็นการช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรง ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี
  • ชั้นที่สอง : สำหรับขั้นตอนต่อมานั่นก็จะเป็นชั้นของลวดลาย ที่เราจะเห็นเหมือนเป็นลายไม้สวยงาม ที่เหมือนจริงนั่นแหละ โดยชั้นนี้ในปัจจุบันจะมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อที่จะทำให้สามารถเลียนแบบลายต่างๆ จากธรรมชาติให้ออกมาดูเหมือนจริง และสวยงาม มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ลายไม้ เป็นต้น
  • ชั้นที่สาม : ขั้นตอนต่อไปนั่นก็คือในส่วนของแกนกลางของพื้น สำหรับในส่วนนี้ จะประกอบไปด้วยไม้จริง ที่นำเอามาผสมกับกาวเรซิน หลังจากนั้นก็จะนำเอามาอัดด้วยความร้อน และแรงดันที่สูง เพื่อที่จะทำให้ทั้งสองชิ้นนั้นผสมกันให้ออกมาเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักและแรงกดปริมาณมากๆ ได้
  • ชั้นที่สี่ : สำหรับขั้นต่อถัดไป นั่นก็คือในส่วนของการทำให้เป็นชั้นรางลิ้น หรือระบบล็อค ชั้นนี้จะช่วยให้การติดตั้งนั้นง่าย สะดวก ที่สำคัญไร้รอยต่อทำให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น
  • ชั้นที่ห้า : และสำหรับขั้นตอนสุดท้ายนั่นก็คือ แผ่นปิดผิวชั้นล่างสุด จะช่วยให้ลามิเนตทั้งแผ่นคงสภาพ และป้องกันความชื้นจากพื้นผิวด้านล่าง

 

สำหรับ ข้อดี - ข้อเสีย ของพื้นไม้ ลามิเนต ที่จะสามารถจำแนกออกมาได้ดังนี้

ข้อดีของพื้นไม้ลามิเนต

  • ระบบการติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตเป็นแบบคลิกล็อค ทำให้รอยต่อระหว่างแผ่นไม้แนบสนิททุกแผ่น
  • พื้นไม้ลามิเนต ติดตั้งง่าย และ รวดเร็ว ด้วยระบบ คลิกล็อค
  • สามารถติดตั้งทับพื้นกระเบื้อง หรือ กระเบื้องยางเดิมได้เลย
  • น้ำหนักเบา
  • ผิวหน้าทนทานต่อรอยขูดขีด
  • พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อขี้เถ้าบุหรี่ และ ความร้อน เนื่องจากผิวหน้าเคลือบด้วย wear layer ที่มีความทนทานสูง
  • ทนต่อแรงกกดทับได้ดี
  • ผิวหน้าพื้นไม้ลามิเนต ทนต่อแสงแดด สารเคมี และไม่ติดไฟ
  • ไม่เกิดไฟฟ้าสถิต
  • ไม่เกิดเชื้อรา แบคทีเรีย ไม่เก็บฝุ่น และ เชื้อโรค
  • การดูแลรักษาพื้นไม้ลามิเนต ง่าย เพียงใช้ไม้กวาด หรือ เครื่องดูดฝุ่น และ ถูด้วยไม้ถูพื้นบิดหมาด
  • ผิวหน้าไม่ลื่น
  • ไม่เย็นเท้า
  • สามารถใช้งานได้ทันที หลังจากติดตั้งพื้นไม้ลามิเนต เรียบร้อยแล้ว

ข้อเสียของพื้นไม้ลามิเนต

  • วัสดุพื้นไม้ลามิเนต ผลิตจากไม้จริง เป็นไม้ indoor ไม่เหมาะกับการติดตั้งภายนอกอาคาร
  • พื้นที่ที่จะติดตั้ง จะต้องเรียบได้ระดับ คือ ไม่เป็นแอ่งกระทะ หรือ นูน มิฉะนั้นเวลาติดตั้งไปแล้ว อาจเกิดเสียงเวลาเดิน
  • ไม่สามารถขัดผิวหน้าออก เพื่อทำสีใหม่ได้

 

เป็นอย่างไรบ้าง กับข้อมูลที่ 168 to be design เอามาฝากให้ได้ดูกัน คงจะช่วยให้หลายคนหายสงสัยกันแล้วว่า พื้นลามิเนตนั้น คืออะไร และทำมาจากไม้จริงหรือเปล่า และเป็นวัสดุที่ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่า ลามิเนต ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับโครงการบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน และรวมไปถึงในอนาคตอย่างแน่นอน และด้วยคุณสมบัติที่ให้ความสวยงามที่เหมือนกันไม่จริงเป็นอย่างมาก แต่ให้ความคงทนมากกว่า ไม่หดหรือพองตัวเมื่อสภาพอากาศหรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง โดยที่เป็นวัสดุที่สามารถดูแลรักษาได้ง่าย ที่สำคัญก็คือมีรวดลาย และรูปทรง ให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ และราคาไม่แพงด้วย โดยที่สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลดีๆ ในส่วนอื่นๆ สามารถเข้าไปปรึกษากับ 168 to be design ที่ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านของการออกแบบ เติมต่อ ได้ทุกวัน เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ดีที่สุด และแม่นยำที่สุด ในการตกแต่งต่อเติมบ้านนั่นเอง

Scroll to Top