fbpx

สแตนเลสคืออะไร มีพื้นผิวแบบไหนบ้าง

สแตนเลสคืออะไร มีพื้นผิวแบบไหนบ้าง

สแตนเลสคืออะไร มีพื้นผิวแบบไหนบ้าง

สแตนเลส อุปกรณ์ที่มักจะนำเอามาใช้บิ้วอินตกแต่งภายใน ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตั้งแต่อดีต หรือก็คือเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless steel) ที่ถือว่าเป็นโลหะผสม (Alloy) ชนิดหนึ่ง ที่มีส่วนประกอบหลักคือ เหล็ก และโครเมียม อย่างน้อย 10.5% ของน้ำหนัก และต้องมีคาร์บอนน้อยกว่า 1.2% ซึ่งอาจจะมีการเติมสารชนิดอื่น ลงไป เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามที่ต้องการ เช่น นิเกิล แมงกานีส ทองแดง โมลิบดินั่ม อลูมิเนียม ฯลฯ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของสแตนเลสให้เหมาะกับการใช้งานแบบต่างๆ โดยที่คุณสมบัติที่โดดเด่น ที่ทำให้สแตนเลส ได้รับความนิยมนั่นก็คือ เป็นวัสดุที่ไม่เกิดสนิม ทนความชื้น ทนต่อการกัดกร่อนนั่นเอง โดยที่สแตนเลส สามารถปรับปรุงคุณสมบัติในการต้านทานการกัดกร่อน และสมบัติอื่น ๆ ที่ต้องการ ให้สูงขึ้นได้โดยการเพิ่ม โดยที่จะส่วนผสมของโครเมียม และเพิ่ม ธาตุอื่นๆ เข้าไปได้เช่น โมลิบดิบนัม นิกเกิลและไนโตรเจนเข้าไป สแตนเลส มีอยู่มากกว่า 60 ชนิด

และด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร จึงทำให้สแตนเลสได้รับความนิยม เหนือไปกว่าโลหะชนิดอื่นๆ เช่น ยากต่อการขึ้นสนิมเมื่อเทียบกับโลหะ หรือวัสดุชนิดอื่น ๆ ค่าบำรุงรักษา ซ่อมแซมต่างๆ ที่จะมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าชนิดอื่นๆ ง่ายต่อการเชื่อม และการขึ้นรูป ระยะเวลาการใช้งานคุ้มค่ากับราคา โดยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้ใหม่หลายรูปแบบ จึงทำให้สแตนเลส เป็นโลหะที่มีคุณสมบัติ และประโยชน์ ที่สามรถนำเอามาใช้งานที่ไร้ขีดจำกัดเป็นอย่างมาก

1.เกรดออสเตนิติก (Austenitic)

แม่เหล็กดูดไม่ติด โดยที่อุปกรณ์ชนิดนี้นอกจากจะมีส่วนผสมของโครเมียม ที่นำเอาเข้ามาเป็นส่วนผสมหลัก ที่จะมีอยู่ประมาณ 18% แล้ว ยังมีส่วนผสมของนิเกิล ที่จะเป็นการผสมเข้ามาเพื่อเป็นตัวช่วยในเรื่องของการเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สำหรับชนิดออสเตนิติกเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางมากที่สุด ในบรรดาสแตนเลสด้วยกัน ส่วนออสเตนิติกที่มีโครเมียมผสมอยู่สูงถึง 20%-25% และนิกเกิล 1-20% ที่ถือว่าเป็นค่าการใช้งานที่สามารถนำเอามาทนแทนการเกิดออกซิไดซ์ได้ที่อุณหภูมิสูง ซึ่งใช้ในส่วนประกอบของเตาหลอม ก็จะมีการนำเอาท่อนำความร้อน และแผ่นกันความร้อนในเครื่องยนต์ มาติดตั้ง ก็เพื่อที่จะทำให้ เหล็กกล้าไร้สนิม ชนิดที่สามารถทนความร้อนได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

2.เกรดเฟอร์ริติก (Ferritic)

แม่เหล็กดูดติด มีส่วนผสมของคาร์บอนต่ำ และมีโครเมียมเป็นส่วนผสมหลัก คือประมาณ 13% หรือ 17%

3.เกรดมาร์เทนซิติก (Martensitic)

แม่เหล็กดูดติด โดยปกติทั่วไปแล้ว จะมีส่วนผสมของโครเมียมผสมอยู่ที่ประมาณ 12% และจะมีส่วนผสมของคาร์บอนที่จะอยู่ในระดับปานกลาง เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน โดยที่มักจะนำไปใช้ทำส้อม มีด เครื่องมือตัด และเครื่องมือวิศวกรอื่นๆ ซึ่งต้องการคุณสมบัติเด่นในด้าน การต้านทานการสึกกร่อน และ ความแข็งแรงทนทาน

4.เกรดดูเพล็กซ์ (Duplex)

สำหรับแม่เหล็กดูดติด ที่เป็นเกรดดูเพล็กซ์ (Duplex) นั้น โดยปกติแล้วจะมีโครงสร้างที่เป็นผสมหลักๆ อยู่ระหว่างเฟอร์ไรต์ และออสเตไนต์ โดยที่จะมีโครเมียมผสมอยู่ที่ประมาณ 18-28% และนิเกิล 4.5-8% โดยที่เหล็กชนิดนี้ มักถูกนำไปใช้งานในรูปแบบที่มีคลอรีนสูง เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดการกัด กร่อนแบบรูเข็ม (Pitting corrosion) และที่สำคัญยังสามารถช่วยในเรื่องของการเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน ที่เป็นรอยร้าวอันเนื่องมาจากแรงกดดัน (Stress corrosion cracking resistance) เหล็กกล้าชุบแข็งแบบตกผลึก (Precipitation Hardening Steel) มีโครเมียมผสมอยู่ 17% และมีนิเกิล ทองแดง และไนโอเบียมผสมอยู่ด้วย เนื่องจากปกติแล้ว เหล็กชนิดนี้จะสามารถชุบแข็งให้เสร็จได้ในคราวเดียว จึงเหมาะเป็นอย่างมาก สำหรับนำเอามาใช้งานเพื่อทำแกน ปั้ม หัววาล์ว และรวมไปถึงการนำเอาไปใช้งานในส่วนประกอบของอากาศยาน สแตนเลสสตีล ที่นิยมใช้ทั่วไป คือ ออสเตนิก และเฟอร์ริติก ซึ่งคิดเป็น 95% ของเหล็กกล้าไร้สนิม ของการใช้งานภายในปัจจุบันทั้งหมดนั่นเอง

 

ผิวสำเร็จชนิดต่างๆ ของสแตนเลส มีอะไรบ้าง

  • ผิวขรุขระเล็กน้อย สีออกเทาด้าน เป็นผิวของท่อสแตนเลสด้านอุตสาหกรรม ผิวสแตนเลสฉากรีด และแผ่นสแตนเลสที่หนากว่า 3mm ขึ้นไป
  • ผิวเรียบ สีออกเทาเงินอ่อนลงเล็กน้อย เกิดจากการนำแผ่นสแตนเลสไปรีดเย็น อบอ่อน และกัดด้วยกรด มักไม่นิยมนำมาใช้งานเท่าผิวสแตนเลสอื่นๆ
  • ผิวเรียบ สีออกเงินค่อนข้างเงา สะท้อนแสงได้ดี (แต่ไม่เงาเท่าผิว Mirror) เกิดจากการนำแผ่นไปรีดเย็น อบอ่อน และกัดกรด ก่อนนำไปรีดเบาด้วยลูกกลิ้งขัด เป็นพื้นผิวยอดนิยมจำพวกท่อสแตนเลสเงาเฟอร์นิเจอร์ และแผ่นสแตนเลสที่มีความหนาน้อยกว่า 3mm
  • ผิวเรียบ สีออกเงินและเงายิ่งขึ้น สะท้อนแสงได้ 50-55% (ยังไม่เงาเท่าผิว Mirror) คล้ายการผลิตแบบผิว 2B แต่นำไปผ่านกระบวนการขัดขึ้นเงาด้วยลูกกลิ้งขัดเป็นลำดับสุดท้าย
  • ผิวเรียบมีลายขนแมวขนาดใหญ่ดูหยาบ สีออกเงินค่อนข้างเงา เกิดจากการนำสแตนเลสผิว 2B มาขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 150-180
  • ผิวเรียบมีลายขนแมวละเอียด เรียงตัวสวย สีออกเงินค่อนข้างเงา เป็นแบบพื้นผิวยอดนิยม เกิดจากการนำสแตนเลสผิว 2B มาขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 180-300 หรือตามความเหมาะสม
  • ผิวเรียบ สีเงินและเงาที่สุดราวกับกระจกเงา เกิดจากการนำสแตนเลสผิว BA มาเข้ากระบวนการขัดละเอียดสูง ได้แก่ขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 1000ขึ้นไป ตามด้วยการขัดด้วยขนสัตว์, ผงอลูมิเนียม, โครเมียมออกไซด์

 

Scroll to Top