fbpx

อัพลุคบ้าน สวยหรูดูแพงด้วย “ลามิเนต”

ลูกค้าหลายท่านมักจะไม่รู้ว่าเทคโนโลยีวัสดุปิดผิวในปัจจุบันพัฒนามาไกลมาก หากพูดถึงวัสดุปิดผิว (Decorative Surfacing) สำหรับงานบิ้วอินตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ บิ้วอิน ตัววัสดุงานชั้นดีที่สุดยอดนิยมในตอนนี้ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศคงหนีไม่พ้น “ลามิเนต” ปัจจุบันงานลามิเนตได้รับการพัฒนารูปแบบให้มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น ทั้งสีสัน ลวดลาย และพื้นผิว อีกทั้งมาพร้อมดีไซน์สวยโดนใจ ผู้ผลิตชั้นนำคุณภาพสูงมาตรฐานระดับโลกมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อิตาลี ล้วนแต่เป็นผู้นำเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

หากผู้อ่านกำลังคิดเริ่มว่าจ้างอินทีเรียและงานรับเหมาตกแต่งภายในควรจะต้องเริ่มหาข้อมูลวัสดุตกแต่งภายในหรือเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินที่มีคุณภาพคุ้มราคา โดยเฉพาะงานลามิเนตที่มักถูกใช้เป็นปริมาณมากในงานตกแต่งภายในแบบ full option เพราะการเลือกสีสันลวดลายที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์มักสะท้อนและสื่อถึงแรงบันดาลใจของเจ้าของบ้านและบอกเล่าตัวตนไลฟ์สไตล์ของผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี

ทำความรู้จัก ลามิเนต

หากย้อนไปถึงประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดลามิเนต เป็นที่รู้กันในวงการว่าลามิเนตแบรนด์แรกของโลก คือ Formica
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นในปีค.ศ. 1896 ได้มีนักเคมีชาวอเมริกันชื่อว่า Leo Baekeland เป็นผู้คิดค้นสร้างแผ่นลามิเนตขึ้นมาครั้งแรกในปีนั้น หลังจากนั้นใน ปีค.ศ. 1913 กรรมวิธีการผลิตแผ่นลามิเนตก็ได้รับการจดสิทธิบัตรขึ้นโดยนักวิศวกรไฟฟ้าที่ชื่อว่า Daniel J. O’Conor และ Herbert A. Faber ซึ่งต่อมาก็คือ 2 ผู้ก่อตั้งบริษัท Formica นั่นเอง สิริแล้วปัจจุบันมีอายุมากถึง 109 ปีเลยทีเดียว

ฟอร์ไมก้า (Formica) เป็นแบรนด์ลามิเนตเจ้าแรกของ ที่ยังคงได้รับความยอดนิยม ได้รับการยอมรับในกลุ่มวัสดุปิดผิวลามิเนตในฐานะผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ การผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิดผิวล้ำนวัตกรรม สำหรับการใช้งานทั้งบ้านพักอาศัยและพาณิชย์และที่มาของชื่อ Formica ก็มาจากการที่พวกเขาค้นพบว่าเม็ดพลาสติกแรงดันสูงมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันไฟฟ้าและสามารถใช้ทำเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แทนที่ (for) แร่ไมกา (mica) ได้นั่นเอง โดยในยุคแรกลามิเนตมีแค่สีดำและสีน้ำตาลเท่านั้น วัตถุประสงค์การใช้งานในยุคนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานเฟอร์นิเจอร์แต่อย่างใด

ช่วงปีค.ศ. 1930-1949 แผ่นลามิเนตก็เริ่มมีบทบาทในเรื่องของการตกแต่งผิวเพื่อความสวยงาม มีการพัฒนาในเรื่องของสีสันที่มากขึ้น มีความทนทานแข็งแรงแถมยังกันรอยไหม้ จึงกลายเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะการนำไปใช้ตกแต่งภายในคาเฟ่และบาร์ นอกจากนี้ตัวลามิเนตได้ทำการตลาดสำหรับตกแต่งรถรางและเรือเดินสมุทรที่ต้องการความหรูหรา โดยเฉพาะช่วงทศวรรษ 1950 แผ่นลามิเนตกลายเป็นที่ยอมรับในด้านความสวยงามมากขึ้นถูกดึงจุดขายในเรื่องความทนทาน ความสวยงามหรูหรา ซึ่งในช่วงทศวรรษนี้เองเราจึงได้เห็นการพัฒนาในเรื่องของลวดลายใหม่ๆมากมาย รวมถึงการพัฒนาทางด้านนวัตกรรมในเรื่องของการทนรอยไหม้ รอยขีดข่วน การลุกลามไฟ จนไปถึงการเพิ่มลูกเล่น texture ของผิวสัมผัสไปพร้อมกับความคงทนแข็งแรง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกลามิเนต

ทั่วไปแล้วแผ่นลามิเนตในท้องตลาด มีความหนาประมาณ 0.6-1.0 มิลลิเมตร โดยส่วนมากจะนำไปทากาวเพื่อปิดทับบนเฟอร์นิเจอร์หรือนำไปเข้าเครื่องรีดอัดแผ่นลามิเนตโดยเฉพาะ แต่โดยมาตรฐานแล้วแผ่นลามิเนตที่แข็งแรงคงทนควรมีความหนาตั้งแต่ 0.8 มิลลิเมตรขึ้นไป ซึ่งบางครั้งผู้รับเหมาอาจจะนำเสนอขนาดบางอย่างเช่น 0.6 มิลลิเมตร เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตผู้ว่าจ้างควรระวังตรงนี้เช่นกัน

นอกจากนี้เราต้องเข้าใจจุดประสงค์และความต้องการว่าจะนำไปใช้ตรงไหน เช่น

งานปิดผิวท็อปโต๊ะ

ควรเลือกลามิเนตที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานแนวนอน มีพื้นผิวเรียบ มีความหนาตั้งแต่ 0.8-10 มิลลิเมตร แข็งแรงทนทานต่อการกระแทก และกันรอยขีดข่วน

งานปิดผิวโต๊ะ หรือเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

แผ่นลามิเนตนั้นมีความแข็งแรง ทนทาน ทนรอยขูดขีดได้ จึงเหมาะกับการใช้ปิดผิวโต๊ะ หรือเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้คนใช้งานบ่อย มีอัตราการเกิดเสียดสีที่เกิดจากการใช้งานได้ง่าย เมื่อเทียบกับการใช้วัสดุจริง เช่น ไม้ หรือหิน แล้วนั้นจะคุ้มค่ากว่ามากโดยเฉพาะในเรื่องของราคา และน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์ เมื่อเทียบกับการใช้วัสดุจริงแล้วนั้นแผ่นลามิเนตจะมีน้ำหนักที่เบากว่ามาก

งานปิดผิวตู้ เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน

แผ่นลามิเนตช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อรา ลดอัตราการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุปิดผิวตู้ หรือเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน เนื่องจากลักษณะการใช้งานนั้นมักเป็นบริเวณที่ปิด มีอากาศถ่ายเทน้อย จึงอาจจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียได้ และช่วยลดโลกร้อนได้เนื่องจากลดอัตราการใช้ไม้จริงลงไปได้มาก

งานปิดผิวผนัง

เมื่อเทียบกับวัสดุประเภทอื่น เช่น วอลเปเปอร์ แผ่นลามิเนตนั้นมีลวดลายให้เลือกมากพอๆ กันแต่มีข้อดีที่มากกว่านั้นคือ สามารถทำผิวให้มีเท็กซ์เจอร์ได้ แต่วอลเปเปอร์นั้นเป็นเพียงกระดาษบางๆ ที่ไม่มีเทกซ์เจอร์ และเมื่อเทียบการทาสีแล้วการปิดผิวด้วยแผ่นลามิเนตนั้นดีกว่าในแง่ที่มีลวดลายให้เลือกหลากหลาย ทั้งลายไม้ ลายหิน ลายผ้า ผิวเมทัลลิก และอื่นๆ ที่สำคัญคือง่ายต่อการบำรุงรักษา สามารถใช้น้ำสบู่อื่นๆ เช็ดคราบสกปรกออกได้

สิ่งที่ควรระวังอีกจุดนึงคือบางครั้งลวดลายในแผ่นตัวอย่างที่เราเห็นจะมีขนาดเล็ก จินตนาการยากเมื่อนำมาเทียบกับสเกลจริงมีความเสี่ยงอาจไม่เหมือนกันหรือไม่ถูกใจท้ายที่สุด ดังนั้นดีไซเนอร์ผู้ออกแบบจะต้องออกแบบให้เห็นอย่างสมจริงมีการใช้ 3D ลามิเนตจากผู้ผลิตโดยตรงมาใช้ในงานออกแบบ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

บริษัท 168 ทูบีดีไซน์ เราคัดเลือกแต่แบรนด์วัสดุลามิเนตคุณภาพระดับโลกเท่านั้น เพื่อนำเสนองานปิดผิวให้ออกมาสวยงามภูมิฐาน นำเข้าวัสดุปิดผิวนวัตกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานปิดผิวที่สามารถดัดโค้งงอได้ งานปิดผิวโลหะเพื่อการตกแต่งที่โดดเด่น ส่งมอบความแวววาวตระการตาและเปล่งประกายด้วยผิวสัมผัสที่สะท้อนชีวิตชีวา เราสามารถนำเสนองานดีไซน์สำหรับการตกแต่งที่ครอบคลุมทุกสไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบคลาสสิกไปจนถึงสมัยใหม่ หรือสไตล์งานทำมือไปจนถึงงานดีไซน์จัดจ้าน

เราการันตีว่าไม่มีการใช้วัสดุด้อยคุณภาพแต่อย่างใด โดยเฉพาะกลุ่มงานเมลามีน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากกระดาษหลายๆ ชั้นอัดแน่นทับกันและเคลือบเงา พร้อมพิมพ์ลายเลียนแบบสีไม้ธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ในการปิดชิ้นงาน มีความหนา เพียง 0.3-0.4 มิลลิเมตร โดยวิธีการปิดนั้นแตกต่างจาก ผิวพีวีซี(P.V.C Sheet) เพราะการปิดโดยใช้เมลามีน คือ การนำแผ่นเมลามีนมาปิดทับบน Particleboard โดยใช้ความร้อนสูงเป็นตัวเชื่อม ข้อด้อยของเมลามีนมีมากมาย ไม่ทนความร้อนและไม่ทนความชื้น อายุการใช้งานสั้น เป็นต้น

แหล่งอ้างอิงข้อมูลจาก https://www.formica.com/en-gb/campaigns/history

Scroll to Top