fbpx

เคล็ดลับให้บ้านปลอดภัยจากความชื้นและเชื้อรา ต้นตอปัญหาสุขภาพ ป้องกันบ้านพัง

ปัญหากวนใจคนรักบ้านหนีไม่พ้นความร้อนและความชื้น เป็นตัวต้นเหตุที่สร้างความเสียหายให้บ้าน เช่น ผนังแตก ขึ้นรา เป็นที่น่าเสียดายหากบ้านที่ตกแต่งภายในมาอย่างสวยงามแต่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ในเรื่องงานออกแบบจนเกิดผลกระทบเรื่องความร้อนและความชื้น สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจจากเจ้าของบ้าน โดยปกติแล้วอากาศเมืองไทยจะมีความชื้นสูงโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนและสิ่งที่แฝงมากับความชื้นคือ เชื้อรา  โดยสปอร์ของเชื้อราหากเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพตามมา เช่น โรคหอบหืด ภูมิแพ้ และปอดอักเสบด้วย เชื้อราเกิดจากอะไรและจะป้องกันแก้ไขได้ไหม 168 ทูบีดีไซน์ มีคำตอบมาฝาก

1. ป้องกันแดดและฝนตัวบ้าน

ควรออกแบบบ้านให้มีกันสาดเพื่อป้องกันตัวบ้านจากละอองฝน นอกจากนี้หลังคาเป็นส่วนที่รับแดดรับฝนตลอดทั้งปี หลังคาบ้านควรทำชายคายื่น 1-1.5 เมตร เพื่อป้องกัน ความร้อนและความชื้น จากแดดและฝน หากหลังคาไม่มีชายคา จะทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย เช่น ผนังแตก สีลอก ขึ้นรา น้ำซึม

2. ป้องกันน้ำฝนไหลย้อนและคราบน้ำ

การออกแบบบ้านควรลดความเสียหายจากน้ำฝนได้ด้วยการทำขอบคานเอียงเข้าจะช่วยลดการเกิดคราบน้ำที่ผนังได้ ยกระดับฝ้าชายคาให้สูงกว่าขอบคานป้องกันฝ้าเสียหายจากน้ำฝน และทำ “บัวหยดน้ำ” ป้องกันน้ำไหลจากผนังเข้าสู่ภายในบ้านหรืออาคาร ต้องออกแบบหลังคาให้ลาดเอียงเพื่อระบายน้ำออกจากหลังคาให้เร็วที่สุดหลังคาควรมีรอยชนของผืนหลังคาไม่ลึกมาก เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมขังตามรอยต่อของหลังคา โครงสร้างเพดาน ฝ้า และหลังคา ใช้วัสดุป้องกันไอน้ำ (vapor barriers) หรือวัสดุกันความชื้น เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้นการออกแบบบ้านควรลดความเสียหายจากน้ำฝนได้ด้วยการทำขอบคานเอียงเข้าจะช่วยลดการเกิดคราบน้ำที่ผนังได้ ยกระดับฝ้าชายคาให้สูงกว่าขอบคานป้องกันฝ้าเสียหายจากน้ำฝน และทำ “บัวหยดน้ำ” ป้องกันน้ำไหลจากผนังเข้าสู่ภายในบ้านหรืออาคาร ต้องออกแบบหลังคาให้ลาดเอียงเพื่อระบายน้ำออกจากหลังคาให้เร็วที่สุดหลังคาควรมีรอยชนของผืนหลังคาไม่ลึกมาก เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมขังตามรอยต่อของหลังคา โครงสร้างเพดาน ฝ้า และหลังคา ใช้วัสดุป้องกันไอน้ำ (vapor barriers) หรือวัสดุกันความชื้น เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น

3. ความชื้นด้วยแสงแดดธรรมชาติ

แสงแดดถือเป็นพลังงานธรรมชาติ ที่สามารถไล่ความชื้นได้ดีเช่นกัน โดยควรออกแบบหน้าต่างที่แสงแดดส่องเข้าถึงตัวบ้านได้ดี มีการระบายอากาศออกสู่ตัวบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นก่อตัวขึ้น ควรจะออกแบบให้ตัวบ้านมีช่องแสงและช่องลมขนาดใหญ่ เลือกจุดติดตั้งที่เหมาะสมหลายๆ จุด เพื่อให้บ้านได้รับแสงแดดเข้ามากำจัดความชื้น และระบายความชื้นออกจากตัวบ้านได้ดีแสงแดดถือเป็นพลังงานธรรมชาติ ที่สามารถไล่ความชื้นได้ดีเช่นกัน โดยควรออกแบบหน้าต่างที่แสงแดดส่องเข้าถึงตัวบ้านได้ดี มีการระบายอากาศออกสู่ตัวบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นก่อตัวขึ้น ควรจะออกแบบให้ตัวบ้านมีช่องแสงและช่องลมขนาดใหญ่ เลือกจุดติดตั้งที่เหมาะสมหลายๆ จุด เพื่อให้บ้านได้รับแสงแดดเข้ามากำจัดความชื้น และระบายความชื้นออกจากตัวบ้านได้ดี

4. ป้องกันความชื้นจากดินยกพื้นบ้านให้สูง

โดยปกติแล้วควรจะสร้างบ้านยกพื้นสูงขึ้นจากระดับพื้นดินเพื่อให้มีพื้นที่ระบายความชื้นหากสร้างบ้านติดพื้นดินให้ป้องกันความชื้นด้วยการปูแผ่นพลาสติกหรือวัสดุกันซึม หรือเทคอนกรีตรองพื้นก่อนทำพื้นบ้าน พร้อมทำระดับท้องรางระบายน้ำให้ต่ำเพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้เร็ว (แต่ต้องไม่ต่ำกว่าทางระบายน้ำสาธารณะ) แต่ทางที่ดีควรจะทำพื้นบ้านยกสูง เพื่อระบายความชื้นจากดิน อีกทั้งไม่ถมดินขวางทางน้ำ และทำทางระบายน้ำรอบบ้าน

Scroll to Top