fbpx

ไม้ชนิดไหนที่นำมาบิ้วอินบ้าน และไม้แบ่งออกเป็นกี่ชนิด

ไม้ชนิดไหนที่นำมาบิ้วอินบ้าน และไม้แบ่งออกเป็นกี่ชนิด

ไม้ หนึ่งในวัสดุอุปกรณ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่นำเอามาใช้ในการบิ้วอิน แต่ไม้ทุกชนิดก็มีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก่อนเลือกนำเอามาใช้งานควรที่จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน หรืออาจจะมองหาผู้ช่วยในการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมอย่าง 168 to be design ก็จะทำให้การบิ้วอินในแต่ละครั้ง เป็นเรื่องที่ง่าย ที่จะสามารถทำให้ได้รับลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยวันนี้เราจะมาบอกวิธีพื้นฐานสำหรับการเลือกใช้ไม้ที่เหมาะกับการนำเอามาบิ้วอินต่อเติม ที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

  1. ไม้จริงหรือไม้อัดประเภทอื่นๆ

สำหรับไม้ที่มักจะได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในการนำเอามาทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน ก็เป็นเพราะมีความทนทาน และแข็งแรง แต่ไม้ประเภทนี้ก็ต้องบอกว่าจะมีราคาแพงกว่า ไม้อัด อย่างเห็นได้ชัด โดยที่จะมีกระบวนการผลิตโดยที่ นำไม้มาปอกเปลือกชั้นนอกที่ตะปุ่มตะป่ำออกไปออกไป ต่อไปเป็นกระบวนการ ทำให้บาง และ อัดเป็นชั้นๆ จนแน่น และหลังจากนั้นก็นำไม้ที่ดัดแปลงออกมาแล้วไปทำปฏิกิริยากับสารเคมี ซึ่งอาจเป็นการนำมาผสมกับกาวร้อนหรือกาวเย็น โดยจะขึ้นอยู่กับสูตรของแค่ละโรคงาน ที่ทำออกมา และ ปิดผิวด้วยเยื่อบุไม้ ซึ่งไม้อัด นั้น ก็เป็นไม้ที่ทำขึ้นมาจากไม้ชนิดต่างๆ นั่นเอง

  1. ปาติเคิ้ล บอร์ด Particle Board ปาติเคิ้ล บอร์ด

สำหรับไม้ประเภทนี้ ก็คือแผ่นไม้ที่ผลิตขึ้นมาจากไม้แท้ๆ โดยที่วิธีการผลิตก็จะนำมาบดย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วอัดขึ้นรูปเป็นแผ่นด้วยความร้อน กาว และแรงอัด โดยที่คุณสมบัติหลักๆ ที่ทำให้ได้รับความนิยมนั่นก็คือ สามารถป้องกันปลวก และความชื้นได้ค่อนข้างดี โดยปกติแล้วไม้ชนิดนี้จะมีการผลิตออกมาให้เลือกใช้งาน 2 ขนาดด้วยกัน คือขนาด 1200×2400 มม. และ ขนาด 1800×2400 มม. แต่จะมีความหนาให้เลือกใช้งานหลายรูปแบบ อย่างเช่น หนา 3 มม. 9 มม. 16 มม. 19 มม. เป็นต้น แผ่นปาติเคิ้ล บอร์ดนี้ยังเป็นแผ่นไม้ที่ไม่ได้ปิดผิวภายนอกน และเมื่อนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือตกแต่งบ้านแล้วก็ยังต้องมีการนำวัสดุปิดผิวมาปิดเพื่อความสวยงามอีกทีหนึ่ง โดยที่ไม้ประเภทนี้จะมีราคาที่ถูกกว่า MDF และไม้จริง

  1. เอ็มดีเอฟ MDF ( Medium Density Fiberboard)

สำหรับ เอ็มดีเอฟ ไม้ประเภทนี้ จะเป็นไม้อัดที่ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ทำมาจาก ฝุ่นไม้ที่บดจนละเอียด โดยที่จะเป็นการนำเอามาผสมเข้ากับกาว แล้วนำเอามาอัด เพื่อให้ออกมาเป็นแผ่น เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน โดยที่วัสดุชนิดนี้จะมีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก เพราะตัวเนื้อไม้จะมีความหนาแน่นที่สูงกว่า ปาติเคิ้ล บอร์ด โดนส่วนใหญ่แล้ว ไม้ประเภทนี้มักจะนิยมนำเอามาใช้ในส่วนที่ต้องการความแข็งแรง เช่น ใช้เป็นหน้าโต๊ะ แล้วปิดผิวด้วยวัสดุปิดผิว หรืออาจใช้วิธีพ่นเคลือบหรือทาสีก็ได้ โดยปกติแล้วไม้ประเภทนี้จะมีราคาที่แพงกว่า ปาติเคิ้ล บอร์ด แต่จะมีราคาที่ถูกกว่าไม้จริง

สาเหตุที่มีการนำเอาไม้มาเป็นวัสดุหลักในการทำเฟอร์นิเจอร์ ก็เป็นเพราะง่ายต่อการใช้งาน ง่ายต่อการประกอบ และที่สำคัญยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายอีกด้วย โดยที่การนำเอาไม้มาเป็นวัสดุหลัก ก็จะทำให้สามารถใส่สีสันเข้าไปได้มากมาย โดยที่วันนี้ 168 to be design ก็ได้นำข้อมูลดีๆ มาบอกต่อว่า ไม้ที่นำเอามาใช้เป็นวัสดุหลักๆ ในการทำบิ้วอินมีกี่ประเภทดังนี้

1.Particle Board (ไม้ปาติเกิล)

สำหรับไม้ประเภทแรก ที่จะนำเอามาให้ทุกคนได้ดูกันนั่นก็คือ ไม้ปาติเกิล สำหรับไม้ชนิดนี้ ส่วนมากนั้น จะเป็นการนำเศษไม้ยางพารา ขนาดเล็ก แต่ไม่ได้บดละเอียดถึงกับเป็นผง หรือ ที่เรียกว่า ขี้เลื่อย เพราะโดยปกติแล้วขี้เลื่อยเหล่านี้ มักจะมีขนาดที่ไม่เท่ากัน เพราะจะมีสิ้นส่วนบางเศษที่มีขนาดใหญ่ และมีบางเศษที่มีขนาดเล็ก ปะปนกันไป แล้วนำเอาเศษไม้เหล่านั้นเอามาผ่านกรรมวิธีในการอัดบดเป็นแผ่น และนำเอามาผสมกาว และผ่านกระบวนการทางเคมีจนได้แผ่นไม้ต่างขนาดกัน อาทิ แผ่นไม้ขนาด 1.20 x 2.45 เมตร โดยความหนาของไม้ที่นิยมใช้มาทำเฟอร์นิเจอร์ จะมีความหนาต่อแผ่นอยู่ที่ประมาณ 15 มิลลิเมตร และ 25 มิลลิเมตร เท่านั้น แล้วแต่คุณภาพ

2.Medium-Density Fiberboard (ไม้ MDF)

และเรามาต่อกันกับไม้ประเภทที่สอง ที่ก็คือว่าเป็นไม้ที่เหมาะแก่การนำเอามาเป็นวัสดุในการบิ้วอิน นั่นก็คือ ไม้ MDF ซึ่งคำว่า MDF นี้ย่อมาจากคำว่า Medium-Density Fiberboard สำหรับโดยไม้ชนิดนี้ จะมีคุณสมบัติที่มีความคล้ายคลึงกับ ไม้ปาติเกิล (Particle Board) หรือก็คือการนำเอาเศษขี้เลื่อยของไม้ยางพารามาบดอัด โดยการใช้กรรมวิธีที่คล้ายคลึงกัน แต่ว่า ไม้ MDF จะต้องผ่านกระบวนการอัดไม้ ด้วยเครื่องบดอัดไม้เฉพาะตัว โดยจะต้องเป็นเครื่องแรงอัด ที่มีความแรงอัดสูงมากเป็นพิเศษ พร้อมกับความร้อน ด้วยเครื่องจักรเฉพาะทาง ความหนาแน่น โดยปกติแล้วจะอยู่ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (kg/m3) ขึ้นไป

3.Plywood (ไม้อัด)

สำหรับไม่ประเภทถัดมา เป็นประเภทไม้ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี สำหรับ ไม้อัด โดยที่ไม้ประเภทนี้ถือว่าเป็นไม้ที่มีคุณภาพดีขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า มีคุณสมบัติที่ดีกว่าทั้ง ไม้ MDF และ ไม้ปาร์ติเกิ้ล ไม่ว่าจะเป็นทั้งในแง่ของความทนทาน แข็งแรง และคุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น การกันน้ำ กันปลวก เป็นต้น เพราะกระบวนการในการผลิต จะมีขั้นตอนที่พิเศษขึ้นมากว่าประเภทอื่นๆ นั่นก็คือ แรกเริ่ม ไม่ได้นำเอาไม้มา โดยส่วนใหญ่ ไม้อัด จะมีกระบวนการผลิตโดยที่ นำไม้มาปอกเปลือกชั้นนอกที่ตะปุ่มตะป่ำออกไปออกไป ต่อไปเป็นกระบวนการ ทำให้บาง และ อัดเป็นชั้นๆ จนแน่น และหลังจากได้ไม้ที่ออมาเป็นรูปเป็นร่างที่สมบูรณ์แล้ว ก็นำเอาไม้ไปเข้าขั้นตอนทางเคมี ซึ่งอาจเป็นการนำมาผสมกับกาวร้อนหรือกาวเย็น โดยส่วนใหญ่แล้ว แต่ละโรงงานก็จะมีสูตรเฉพาะของใครของมันที่แตกต่างกันออกไป

4.Wood (ไม้แท้ หรือ ไม้จริง)

สำหรับไม้ประเภทสุดท้าย ที่มักจะได้รับความนิยมนำเอามาใช้เป็นวัสดุในการบิ้วอินนั่นก็คือ ไม้จริง หรือ ไม้แท้ (Wood) แต่ก็จะสามารถแยกออกมาได้หลายประเภท และนอกไปจากนี้แล้ว เนื้อไม้ของไม้แท้ กับอายุของเนื้อไม้ที่โตแล้ว ก็จะสามารถแยกความแตกต่างกันในการใช้งานได้อีกด้วย และรวมไปถึงเรื่องของราคา เพราะต่อให้ถึงแม้ไม้ชนิดนั้นๆ จะเป็นไม้ประเภทเดียวกันก็ตาม ส่วนใหญ่จะนับเป็นแบบ หน้าไม้ท่อน ตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไป เพราะฉะนั้นเรื่องความหนาจึงถือเป็นจุดเด่นของไม้ประเภทนี้เลย เพราะเป็นไม้เนื้อเดียว จากธรรมชาติเลยจริงๆ ไม่ได้ถูกบด แล้วนำมาบีบอัดทีหลัง เพราะฉะนั้นถ้าหากให้พูดถึงความทนทาน ก็จะตอบแทนการใช้งานที่สูงมากๆ

Scroll to Top