fbpx

BOQ คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับการแต่งบ้าน

BOQ คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับการแต่งบ้าน

BOQ คืออะไร สำคัญแค่ไหนกับการแต่งบ้าน

BOQ คือใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่าย โดยเป็นตัวย่อมาจากคำว่า Bill of Quantities ในภาษาอังกฤษ โดยใบนี้ออกโดยผู้ออกแบบบ้านหรือผู้รับเหมาก่อสร้าง แสดงรายละเอียดหมวดหมู่งานที่ต้องทำในโครงการก่อสร้างว่าใช้วัสดุอะไร ปริมาณเท่าไร ราคากี่บาทบ้างนั่นเอง

ในการสร้างบ้านเราสามารถแบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ ๆ เริ่มตั้งแต่ขั้นการวางโครง ตอกเสาเข็ม ตามด้วยการก่ออิฐ ฉาบปูน ซึ่งเป็นขั้นที่ไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากนักและไม่ค่อยทำให้งบ ‘บานปลาย’ ต่างจากช่วงสุดท้าย คือการเลือกวัสดุเพื่อตกแต่งภายในบ้านให้ดูสมบูรณ์แบบ ตอบความชอบและรสนิยมเจ้าของบ้านมากที่สุด ทั้งการเลือกวัสดุมาปูพื้น ทาสีผนัง และการบิลท์อินเฟอร์นิเจอร์ตามจุดต่าง ๆ

หากไม่กำหนดสไตล์กับความชอบให้แน่ชัดตั้งแต่ต้น หรือเจ้าบ้านเปลี่ยนใจไปมาเรื่องการเลือกวัสดุตกแต่ง แม้ในบางรายการสินค้าจะจ่ายเพิ่มเพียงไม่มาก แต่หากสะสมหลายรายการ ย่อมนำไปสู่คำว่างบบานปลายอย่างที่คนส่วนใหญ่เป็น

ฉะนั้น BOQ จึงเป็นเอกสารที่สำคัญต่อการออกแบบตกแต่งหรือการสร้างบ้านเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบราคา ดูสเปคสินค้า ตรวจทานความได้มาตรฐานว่าตรงกับความต้องการของเราไหม หรือปรับลดสินค้าบางตัวให้ตรงกับงบประมาณ ช่วยให้บ้านไม่บานปลายได้

 

ข้อดีของ BOQ มีมากกว่าแค่ใบแสดงรายการค่าใช้จ่าย

1.ใช้ในการขอสินเชื่อกับธนาคาร

สำหรับผู้ที่วางแผนกู้เงินมาสร้างและตกแต่งบ้าน สามารถใช้ BOQ ยื่นแก่ธนาคารได้ เนื่องจากธนาคารก็ต้องการดูรายละเอียดงานที่ต้องการก่อสร้าง และมาขอกู้เงินจากธนาคาร ว่ามีความเหมาะสมจริงหรือไม่ หากแจ้งแค่ราคาบ้านเท่าไหร่ ไม่มีข้อมูลอื่นประกอบ ธนาคารก็ไม่สามารถประเมินได้ว่าสร้างได้ตามแบบหรือไม่ ราคาต่อหน่วยแพงถูกไปอย่างไร ครบถ้วนหรือขาดอะไรที่สำคัญไหม BOQ ก็จะเป็นตัวช่วยในการชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รับทราบ

2.ช่วยวางแผนในการจัดซื้อ-จัดส่งสินค้า งานเสร็จลุล่วงตามกำหนด

การมี BOQ ทำให้รู้รายละเอียด สามารถวางแผนได้ชัดเจน ว่าช่วงนี้จะต้องใช้วัสดุอะไร เพื่อทำอะไร โฟกัสถูกจุด เช่น จะต้องใช้ลามิเนตเท่าไหร่ หาเปรียบเทียบราคา ถ้าผู้รับเหมาวางแผนดี สั่งซื้อถูกต้องตามที่กำหนดเอาไว้ในรายละเอียดของ Boq ก็จะลดโอกาสผิดพลาดในการทำงาน ลดการขาดทุนของผู้รับเหมา ซึ่งอาจส่งผลถึงลูกค้า ทำให้ได้งานไม่ได้มาตรฐาน หรืออาจเกิดความล่าช้า การมีรายละเอียดงานชัดเจนตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาได้

3.ใช้อ้างอิงสำหรับแบ่งงวดงานที่ดี เป็นธรรมกับผู้รับเหมาและลูกค้า

การทำงวดงานที่ถูกต้องควรอิงจาก BOQ ตามรายการวัสดุที่เกิดขึ้นจริงคูณกับจำนวนใช้จริงในแต่ละงวด จากนั้นบวกทุกรายการที่ทำ ก็จะกลายเป็นมูลค่างานในแต่ละงวด ส่วนค่าดำเนินการให้หารกันไปตามสัดส่วนงาน จึงเกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝั่ง และยังช่วยให้ผู้รับเหมาวางแผนการเงินได้ดี เมื่อได้รับเงินไม่มากไม่น้อยเกินไปจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

 

168 to be Design จัด BOQ ให้ตามงบ พร้อมดีลดีราคาถูกกว่าตลาด

สำหรับการทำ BOQ ที่ 168 to be Design ราคาอิงตามขนาดหน้างานจริงและมีรายละเอียดใส่ไว้ให้ลูกค้าครบครัน ว่าจำเป็นต้องใช้วัสดุเท่าไหร่ เช่น ต้องการบิลท์อินทำชั้นวางโทรทัศน์ ซึ่งประกอบด้วยตู้ด้านข้าง 2 ใบ กับแผงตรงกลาง BOQ จะบอกว่าชั้นดังกล่าวต้องใช้ไม้กี่อัน ลามิเนต หรือสแตนเลสเท่าไหร่ เป็นราคากี่บาท โดยเป็นราคาของสินค้าจริงตามดีไซน์ ทุกตู้ราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความสูง ความยาว และความกว้าง(กว้างxยาวxสูง) รวมถึงดีไซน์นั้น ๆ แน่นอนว่าต่างสไตล์ก็มีค่าใช้จ่ายต่างกันด้วย เช่น แบบโมเดิร์นจะไม่แพงนัก เพราะอาจทำแค่สีตู้ หรือทำลามิเนตเรียบ ๆ แต่ถ้าเป็นโมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ ก็จะเป็นเรื่องของงานสแตนเลสและงานกระจกเข้ามาใส่ จึงกล่าวได้ว่าราคาต่างกันตามวัสดุที่ใช้ในการบิลท์อินนั่นเอง

แน่นอนว่า 168 to be Design เป็นบริษัทที่มีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจมากมาย จึงสามารถหาวัสดุคุณภาพดีแต่ราคาต่ำกว่าท้องตลาดได้ ยิ่งในกรณีที่มีการซื้อเยอะ ค่าวัสดุที่นำมาใช้จะยิ่งมีราคาถูกลง ด้วยการต่อรองราคากับเหล่าพาร์ทเนอร์ของ 168 to be Design สมมติสร้างบ้าน 3 หลัง ต้องการใช้ลามิเนตลายเดียวกันทั้งหมด ถ้าสั่ง 1 ชิ้นอาจจะราคาสูง แต่ถ้าสั่ง 10 หรือ 20 ชิ้น ทางพาร์ทเนอร์ก็จะมีราคาลดลงมาให้เรา

อีกทั้งยังมีโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์เป็นของตัวเอง ทำให้สามารถออกแบบบิลท์อินได้ถูกต้องตามไซส์ที่ลูกค้าต้องการ และลดทอนรายละเอียดไม่จำเป็นลงเพื่อควบคุมงบประมาณ โดยมีการแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับองค์ประกอบที่ใช้ในการดีไซน์อย่างชัดเจนใน BOQ นั่นเอง

 

ขั้นตอนการทำ BOQ ที่ 168 to be design

ก่อนเราจะลงมือทำ BOQ ได้นั้น เราจำเป็นต้องมีแบบจำลอง 3D ที่สมบูรณ์จากดีไซน์เนอร์เสียก่อน หลังจากนั้นจึงนำมาถอดวัสดุเพื่อทำ BOQ เป็นลำดับถัดไป โดยมีข้อควรรู้เบื้องต้นดังนี้

  • ต้องไปสำรวจหน้างานจริงทุกครั้งก่อนลงมือทำ
  • BOQ ถอดจากแบบจำลอง 3D โดยทางดีไซเนอร์จะสเปควัสดุที่ใช้
  • อ้างอิงระยะจากแปลน (กว้าง-ลึก-สูง)
  • ใช้โปรแกรมเพื่อถอดวัสดุ เช่น ไม้อัด ลามิเนต เป็นต้น
  • วัสดุบางชนิดทาง 168 to be Design มีราคากลางอยู่แล้ว แต่บางชนิดก็ต้องขอราคาจากซัพพลายเออร์ เช่น ลามิเนต, หิน, กระเบื้อง และขอใบเสนออราคาเพื่อมาทำต้นทุน

ยกตัวอย่าง BOQ เช่น ต้องการทำตู้เสื้อผ้า 1 ใบ ไม่ว่าจะเป็นแบบหน้าบานทึบหรือหน้าบานเฟรมอลูมิเนียม กระจกใส และอื่นๆ จะต้องมีรายละเอียดว่า ต้องใช้ไม้โครงกี่มัด, ไม้อัดและลามิเนตกี่แผ่น, สีพ่นกี่ตารางเมตร, Fitting ในตู้มีอะไรบ้าง(ใช้ราวแขวนของยี่ห้ออะไร), ฟังก์ชั่นในตู้เป็นอย่างไร และหน้าบานกรอบเป็นอลูมิเนียม กระจกใส หรือสีอื่นๆ

โดยในการจัดทำ BOQ จะใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน เนื่องจากรายละเอียดเนื้อหางานไม่เท่ากันนั่นเอง

 

ตัวอย่าง BOQ

(ตัวอย่างการแบ่งหมวดงาน BOQ)

(ตัวอย่างหมวดงาน Built-in)

BOQ ประกอบไปด้วย

1.หมวดเตรียมงาน

  • งานวัสดุป้องกันพื้น ทางบริษัท 168 to be Design จะปูเพื่อป้องกันพื้นด้วยกัน 3 ชั้น ได้แก่ บับเบิ้ล กระดาษลูกฟูก และไม้อัด เพื่อป้องกันพื้นของลูกค้าเสียหาย และก่อนเข้างานเราจะมีการตรวจข้อบกพร่อง หรือ Defect ก่อนทุกหลัง

2.หมวดงานพื้น

3.หมวดงานฝ้าเพดาน

4.หมวดงานไฟฟ้าและแสงสว่าง

5.หมวดงานประตูและหน้าต่าง

6.หมวดงานผนังบัวพื้นและงานวอเปเปอร์

7.หมวดงาน Built-in

8.หมวดงานสถาปัตยกรรมและงานต่อเติม

 

ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อปรึกษางานบิ้วอินตกแต่งภายใน รวมไปถึงประเมินราคาค่าใช้จ่ายที่ 168 To Be Design ได้ทางช่องทางต่อไปนี้

  • Tel : 083 – 916 – 9356 (แบงค์) 095 – 645 – 4665 (ออฟฟิศ) 02 – 038 – 6099 (ออฟฟิศ)
  • Website : https://www.168tobedesign.co.th/
  • Facebook page : 168 To Be Design Interior and Construction รับออกแบบตกแต่งภายใน
  • Facebook : https://www.facebook.com/168To8eDesign/?locale=th_TH
  • Instagram : 168_to_be_design
  • Line ID : @168tobedesign (มี @ ด้านหน้า)

 

 

 

 

 

 

Scroll to Top